
[นครคุนหมิง, สาธารณรัฐประชาชนจีน] – สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล (AITIA) เดินหน้าสร้างโอกาสทองให้เกษตรกรและผู้ประกอบการผลไม้ไทย รุกตลาดจีนเต็มสูบ หลังได้รับเชิญจากคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีคุนหมิง ให้เข้าพบเพื่อหารือเชิงลึกและศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ณ มณฑลยูนนาน

เจาะลึกศักยภาพศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด นางชไมพร เจือเจริญ นายกสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน-สากล พร้อมคณะตัวแทนสมาคมฯ ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานสถานที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์สาธิตห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ คุนหมิง และนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ยูนนาน โดยทางคณะฯ ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์สาธิตห่วงโซ่อุปทานและศูนย์กระจายสินค้าเข้า-ออก จีน-อาเซียน ซึ่งนับว่าเป็นศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เพื่อดูศักยภาพการรองรับสินค้า

ทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม โดยเน้นย้ำเรื่องการแปรรูปอาหารสีเขียว รวมถึงระบบคลังสินค้าและการขนส่งแบบโซ่ความเย็น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาคุณภาพสินค้าเกษตร

เปิดประตูการค้าผลไม้ไทย สู่เวทีนานาชาติ สาระสำคัญของการเยือนครั้งนี้ อยู่ที่การประชุมหารือเชิงลึกร่วมกับคณะผู้บริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจฯ เกี่ยวกับแนวทางการจัดงาน “มหกรรมการจัดซื้อผลไม้นานาชาติจีน-อาเซียน (คุนหมิง)” ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมปี 2026 นี้
ทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงมีความประสงค์ให้ทางสมาคมฯ นำคณะเกษตรกรและผู้ค้าส่งผลไม้จากประเทศไทยเข้าร่วมงาน เพื่อทำการ “จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)” กับผู้ซื้อในศูนย์กระจายสินค้าโดยตรง ซึ่งกลยุทธ์นี้จะช่วยลดขั้นตอนผ่านคนกลาง และส่งเสริมมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกผลไม้ระหว่างไทยและจีนให้เติบโตร่วมกัน

โอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน ปัจจุบัน สินค้านำเข้าสู่จีนแบ่งเป็น 6 หมวดหลัก ได้แก่ ผัก, ผลไม้, เนื้อสัตว์, ธัญพืช, ชา และกาแฟ โดย “ผลไม้ไทย” ยังคงเป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะ:
- ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง: ส่วนใหญ่นำเข้าจากจังหวัดชุมพร โดยมีการเก็บจากสวนและส่งตรงเข้าสู่ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อคัดเกรดและความสุกดิบก่อนกระจายขายทั่วประเทศจีน
- ผลไม้อื่นๆ: แก้วมังกร, มะพร้าว และเงาะ ก็มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน จีนก็ได้มีการส่งออกผลไม้คุณภาพ เช่น แอปเปิ้ล องุ่น และส้ม ไปยังตลาดต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน

สานต่อความร่วมมือ สู่อนาคตที่ยั่งยืน ทางสมาคมฯ (AITIA) ได้ตอบรับความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอโครงการสำคัญของไทย ได้แก่ งาน Thailand E-Commerce Selection Expo 2026 (TESE 2026) และงาน Farm Expo 2026 เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการจีนเข้าร่วม
การหารือครั้งนี้จบลงด้วยความสำเร็จ โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในการเป็น “สะพานเชื่อม” เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ การค้า และความร่วมมือระหว่างยูนนานและไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

